เชื่อไหมว่าเรามียาดีประจำบ้านกันทุกคน ก็เกลือที่อยู่ในครัวนี่เอง...
1. ไอเพราะเป็นหวัด
แค่เอาน้ำเปล่า 1 ถ้วย มาเหยาะเกลือลงไป 1 ช้อนชา คนเบาๆ จนกว่าเกลือจะละลาย แล้วใช้บ้วนปากกลั้วคอหลายๆ ครั้ง ความเค็มจะเข้าไปละลายเสมหะในลำคอ ทีนี้ก็ไม่ต้องไอให้คนข้างๆ รำคาญแล้ว
2. มึนหัว สมองไม่แล่น
สาวทำงานที่เจอแบบนี้อย่ารอช้า รีบรองน้ำอุ่นให้เต็มถัง หยอดเกลือลงไป 2-3 ช้อนชา แล้วเอามาอาบ รับรองว่าสมองจะโล่งคิดงานได้ปรู๊ดปร๊าด เพราะเกลือช่วยกระตุ้นให้เลือดลงไหลเวียนดี มีเลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง
3. เร่งให้อาเจียน
ถ้าบังเอิญกินสารพิษเข้าไป หรืออึดอัดอาหารไม่ย่อย จนต้องทำให้อาเจียนออกมา ให้ดื่มน้ำเกลือเข้มข้นแก้วใหญ่ๆ ไม่นานจะได้อาเจียนสมใจ
4. คัดจมูก
จะแค่คัดจมูกน้ำมูกไหล หรือลุกลามจนกลายเป็นโรคจมูกอักเสบก็ตาม ให้ใช้น้ำเกลือเจือจางหยอดเข้าไปในรูจมูกทั้งสองข้าง เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในโพรงจมูก จะได้หยุดซี้ดซ้าดปาดน้ำมูกได้เสียที
5. คันตามผิวหนัง
ทาบริเวณที่คันด้วยน้ำเกลือ เชื้อราบริเวณนั้นจะสิ้นฤทธิ์
6. โรคตาแดง
โรคนี้มีเชื้อโรคเป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง แต่สามารถปฐมพยายาบาลตัวเองก่อนถึงมือหมอได้ง่ายๆ ด้วยการเอาผ้าขนหนูสะอาดๆ (ถ้าต้มฆ่าเชื้อโรคก่อนได้ยิ่งดี) จุ่มน้ำเกลือแล้วเอามาเช็ดตา อาจจะแสบบ้างแต่นั่นล่ะคือยาดี หลังจากที่เกลือเข้าไปฆ่าเชื้อโรคในตาแล้ว ก็ล้างตาหลายๆ ครั้งด้วยน้ำสะอาด อาการบวมแดงมีขี้ตาของคุณจะทุเลาลง
7. แผลยุงกัด
ถ้าใครถูกเจ้ายุงตัวร้ายมาขอบริจาคเลือดไป แถมยังทิ้งรอยแผลไว้เป็นที่ระลึก อย่ามัวแต่เกาให้เสียลุคส์สาวงาม รีบๆ ใช้น้ำเกลือทาที่รอยแผล ไม่นานความคันจะหายไป และรอยบวมก็จะยุบเร็วด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552
กาฬโรคปอดบวม

หลังมีข่าวประเทศจีนสั่งปิดเมืองจื่อเคอทันและพื้นที่โดยรอบมณฑลชิงไห่ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของจีน หลังพบผู้เสียชีวิต 2 รายจากการป่วยเป็น "กาฬโรคปอดบวม" ภาษาหมอก็ไม่พลาดที่จะนำลักษณะอาการและความหมายของ "กาฬโรคปอดบวม" มาเล่าสู่กันฟังตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า กาฬโรคปอดบวม หรือ Pneumonic Plague จัดเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งที่สามารถคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อได้ภายใน 24 ชั่วโมง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อได้ในอากาศและติดต่อจากคนสู่คนผ่านการไอจาม เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดกาฬโรคที่มีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมและอักเสบ หรือ Bubonic Plague ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในทวีปยุโรปมาแล้วประมาณ 25 ล้านคนจากการระบาดในสมัยยุคกลางขณะที่ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไปของไทย ระบุว่า กาฬโรคปอด สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระต่าย กระรอก โดยมีหมัดหนูเป็นพาหะแพร่เชื้อแบคทีเรียสู่คน มีระยะฟักตัวของของโรคประมาณ 7 วัน จากนั้นเชื้อจะเข้าสู่กระแสโลหิตไปสู่ปอดและอาจทำให้เสียชีวิตทันที
อาการของโรค
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ในรายที่ต่อมน้ำเหลืองโตและปวดมาก อาการนี้เรียกว่า Bubonic Plague ผิวหนังบริเวณต่อมน้ำเหลืองจะบวมแดง อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ระยะต่อมาเชื้อจะแพร่กระจายไปตามกระแสโลหิต เข้าสู่ปอด ตับ ม้าม บางรายไปยังเยื้อหุ้มสมอง เกิดภาวะเชื้อเข้ากระแสโลหิตรุนแรง จะเกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
วิธีป้องกัน
ทำได้ไม่ยาก เบื้องต้นกำจัดแหล่งขยะมูลฝอยที่เป็นแหล่งสะสมของ ‘หนู' แล้วฉีดพ่นยาฆ่าแมลงประจำบ้านบริเวณดังกล่าว เพื่อทำลายหมัดหนูที่หลงเหลืออยู่ เท่านี้ก็ไกลโรคแล้วล่ะค่ะ
อาการของโรค
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ในรายที่ต่อมน้ำเหลืองโตและปวดมาก อาการนี้เรียกว่า Bubonic Plague ผิวหนังบริเวณต่อมน้ำเหลืองจะบวมแดง อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ระยะต่อมาเชื้อจะแพร่กระจายไปตามกระแสโลหิต เข้าสู่ปอด ตับ ม้าม บางรายไปยังเยื้อหุ้มสมอง เกิดภาวะเชื้อเข้ากระแสโลหิตรุนแรง จะเกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
วิธีป้องกัน
ทำได้ไม่ยาก เบื้องต้นกำจัดแหล่งขยะมูลฝอยที่เป็นแหล่งสะสมของ ‘หนู' แล้วฉีดพ่นยาฆ่าแมลงประจำบ้านบริเวณดังกล่าว เพื่อทำลายหมัดหนูที่หลงเหลืออยู่ เท่านี้ก็ไกลโรคแล้วล่ะค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)